หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบัน บริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น ประสิทธิภาพการผลิตลดลง การแข่งขันด้านต้นทุนกับบริษัทจีน การขาดแคลนผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงการลาออกของพนักงาน ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการขาดการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ และผู้จัดการชาวญี่ปุ่นที่ประจำอยู่ในประเทศไทยการขาดทักษะในการบริหารจัดการ
การที่ผู้จัดการชาวญี่ปุ่นพัฒนาทักษะการสอนงาน การสื่อสาร และมีความเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของชาวไทย จะช่วยให้การบริหารทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชาชาวไทย ทักษะเหล่านี้ส่งผลโดยตรงให้ชาวไทยได้รับการสนับสนุนและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำงาน ทำให้มีโอกาสเติบโตในสายอาชีพและมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น การที่ผู้จัดการชาวญี่ปุ่นมีทักษะการสอนงานและการสื่อสารที่ดี จะช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวไทยเป็นไปอย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์
ในมุมเศรษฐกิจมหภาค การที่ผู้จัดการชาวญี่ปุ่นมีทักษะการบริหารจัดการที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตและมีความมั่นคงมากขึ้น
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมรับรู้ เข้าใจ เรียนรู้ทักษะและแนวคิดที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผู้บริหารและหัวหน้างานชาวไทย
2. เพื่อเรียนรู้ทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติที่นำไปสู่การพัฒนาผู้จัดการชาวไทยและการรักษาบุคลากร ผ่านการศึกษากรณีตัวอย่างต่างๆ
3. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ฝึกปฏิบัติและเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ตระหนักถึงนิสัยและพฤติกรรมในการจัดการของตนเอง และเป็นโอกาสในการปรับปรุง
กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 24 คน ได้แก่
• หัวหน้างาน ผู้บริหาร ชาวญี่ปุ่นที่ประจำอยู่ในประเทศไทย
• ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลที่ต้องการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการทีมงานข้ามวัฒนธรรม
รูปแบบการเรียนรู้และสัดส่วนของกิจกรรม
การอบรมนี้จะใช้ ภาษาญี่ปุ่น ทั้งในเนื้อหาการสอนและเอกสารทั้งหมด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชาวญี่ปุ่นสามารถเข้าใจและเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ รูปแบบการเรียนรู้ประกอบด้วย:
• การบรรยาย 20%: เน้นการให้ความรู้และทฤษฎีที่จำเป็น เช่น ความเป็นมาของการต้องการการปรับตัวในประเทศไทย บทบาทของผู้จัดการชาวญี่ปุ่นในการพัฒนาผู้จัดการชาวไทย และการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาใน 3 ด้านหลัก
• การฝึกปฏิบัติ 40%: ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองใช้ทักษะที่เรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ทำงานจริง เช่น การใช้ LIFO Method ในการสื่อสาร การสอนงาน และการดึงจุดแข็งของผู้ใต้บังคับบัญชา
• การอภิปรายกลุ่ม 35%: ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วม
• การถามตอบ 5%: เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ซักถาม
การจัดรูปแบบการเรียนรู้เช่นนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ และเตรียมพร้อมในการนำทักษะที่เรียนรู้ไปใช้งานจริงในที่ทำงาน
เนื้อหาในการเรียนรู้
1. ความเป็นมาของการต้องการการปรับตัวในประเทศไทย
• การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและการลดลงของความสามารถในการแข่งขัน
• การแข่งขันในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ
• ความสำคัญของบริษัทในประเทศไทยต่อญี่ปุ่น
2. บทบาทของผู้จัดการชาวญี่ปุ่นในการพัฒนาผู้จัดการชาวไทย
• ลักษณะและจุดเด่นของผู้จัดการชาวไทย
• การเข้าใจผู้จัดการชาวไทยและการเข้าใจตนเอง
3. การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาใน 3 ด้านหลัก
• การแนะนำงาน: การให้คำแนะนำและการสอนงานที่มีประสิทธิภาพ
• การสนับสนุนการเติบโต: การสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะและความสามารถ
• การดูแลด้านจิตใจ: การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใต้บังคับบัญชา
4. การสื่อสารที่เหมาะสมกับผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละคน
• การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ: การใช้เทคนิคการสื่อสารที่เหมาะสม
• การสอนงาน: การใช้วิธีการสอนงานที่มีประสิทธิภาพ
• การสร้างแรงจูงใจ: การใช้เทคนิคในการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา
5. LIFO Method
• การตรวจสอบสไตล์การสื่อสารของตนเอง
• วิธีการดึงจุดแข็งของผู้ใต้บังคับบัญชาออกมา
• วิธีการรับมือกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีปัญหา
6. การดูแลด้านจิตใจและการสร้างความมั่นใจในตนเอง
• การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของผู้ใต้บังคับบัญชา
• การสร้างความมั่นใจในตนเองและการส่งเสริมความมั่นใจในทีมงาน
7. การวิเคราะห์และการปรับปรุงการทำงาน
• การตรวจสอบสถานการณ์ปัจจุบัน: สิ่งที่ทำได้ดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุง
• การวางแผนและการดำเนินการในอนาคต
รายนามวิทยากร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑล สรไกรกิติกูล
อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารองค์การ การประกอบการและทรัพยากรมนุษย์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คุณ Masaya Nakai
ที่ปรึกษาและวิทยากรด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ Business Consultants South East Asia Co., Ltd และผู้ช่วยวิทยากร 5 คน
การผ่านการอบรม
ผู้เข้ารับการอบรมที่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด จะได้รับวุฒิบัตรจาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ระยะเวลาการอบรม
วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2568
อบรมจำนวน 1 วัน เวลา 09.00 – 17.00 น. (7 ชั่วโมง)
สถานที่อบรม
ณ ห้องประชุมที่โรงแรม Chatrium Residence Sathon
ค่าธรรมเนียมการอบรม
-
ค่าธรรมเนียมการอบรมคนละ 8,900 บาท (ชำระค่าลงทะเบียนหลังวันที่ 30 เมษายน 2568 )
-
ค่าธรรมเนียมมีส่วนลด (Early bird) คนละ 7,900 บาท (ชำระค่าลงทะเบียนภายในวันที่ 30 เมษายน 2568)
-
ค่าธรรมเนียมมีส่วนลด บุคลากรในคณะฯ 25% คนละ 6,675 บาท
-
ค่าธรรมเนียมมีส่วนลด บุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 20% คนละ 7,120 บาท
* สิทธิพิเศษสำหรับบุคลากรในคณะฯ และบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาอบรม 3 คน จ่ายค่าธรรมเนียม 2 คน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(Thammasat Consulting Networking and Coaching Center - CONC Thammasat)
ชั้น 3 อาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ 10200
Mobile : 09-1119-4503 (ติดต่อ คุณธัญลักษณ์)
E-mail : conc@tbs.tu.ac.th